ลักษณะพลเมือง

ลักษณะการแบ่งฐานะของพลเมืองในรัฐเอเธนส์ก่อนศตวรรษที่ 7 จะเห็นได้ว่าชนชั้นสูงสุดคือ พวกขุนนางหรือพวกผู้ดีมีตระกูลเป็นพวกที่มีอำนาจสูงสุด มาในศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาลฐานะของพลเมืองในนครรัฐเอเธนส์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ การที่พวกผู้ดีหรือ ขุนนาง ซึ่งเคยเป็นพลเมืองชั้นสูงสุดของนครรัฐเริ่มหมดความสำคัญลงทีละน้อย ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงในทางเศรษฐกิจกล่าวคือในระยะศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล การค้าและอุตสาหกรรมของนครรัฐเอเธนส์เจริญขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เอเธนส์มีสินค้าออกที่สำคัญคือน้ำมันมะกอก และการทำภาชนะบรรจุน้ำมันมะกอก จัดเป็นอุตสาหกรรมที่ขึ้นหน้าขึ้นตาที่สุด พวกชนชั้นพ่อค้าเริ่มร่ำรวยขึ้นและทำการสะสมเงินทองมากขึ้นทุกที ขุนนางบางคนที่ต้องการฐานะร่ำรวยขึ้่นก็หันมาจับงานค้าขายบางคนร่ำรวยขึ้น แต่บางคนยากจนลงกว่าเดิม ในระยะนี้ความมั่งมีและทรัพย์สินเป็นที่ยอมรับในวงสังคมและการเมืองเช่นเดียวกัน มีความเท่าเทียมกับคนมีตระกูล ฐานะของพลเมืองและสิทธิในการเมืองวัดกันด้วยความมั่งคั่งและทรัพย์สินเงินทอง หรือผลิตผลในที่ดิน กล่าวคือผู้ที่มีผลิตผลในที่ดินมากที่สุดเป็นชนชั้นสูงสุด ผู้ที่มีผลิตผลในที่ดินรองลงมาก็เป็นชนชั้นรองลงมาตามลำดับมาในระยะนี้ชนชั้นสูงสุดจึงไม่จำเป็นจำต้องเป็นพวกผู้ดีมีตระกูล แต่เป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทอง พวกนี้มีสิทธิดำรงตำแหน่งสูงๆ ในทางการเมืองด้วย นอกจากนี้ยังมีพวกกสิกรที่มีนาของตนเอง แต่ผลิตผลที่ได้จากที่นามีจำนวนน้อยไม่มากพอที่จะจัดอยู่ในอันดับของพลเมืองที่กล่าวมาแล้ว พวกนี้รวมกับพวกจ้างฝีมือเรียกว่า ThetesŽ มีความหมายว่ากรรมกรเป็นพลเมืองแต่ขาดสิทธิทางการเมือง
การปรับปรุงของโซลอน (Solon) และการวางรากฐานประชาธิปไตยของเอเธนส์

การปกครองนครรัฐเอเธนส์ในชั้นต้นก็คล้ายคลึงกับนครรัฐอื่นๆ ของกรีก คือในสมัยต้นๆ มีกษัตริย์ปกครอง ต่อมาเป็นการปกครองโดยอภิสิทธิ์ชนและต่อจากนั้นก็วิวัฒนาการกลายเป็นรูปการปกครองแบบประชาธิปไตย(1) การปฏิรูปการปกครองให้คล้อยตามความต้องการของคนหมู่มากในสังคมขึ้นต่อมาเป็นผลงานของขุนนางชื่อโซลอน (Solon) ซึ่งได้รับเลือกเป็นอาร์คอน เมื่อ 594 ปี ก่อนคริสตกาล ทางด้่านอำนาจและตำแหน่งทางการเมืองนั้นเคยเป็นอภิสิทธิ์ของผู้ที่ถือกำเนิดมาในตระกูลขุนนางเก่าๆ เท่านั้น โซลอนได้เปลี่ยนแปลงเสียโดยใช้ฐานะทางเศรษฐกิจและทรัพย์สมบัติแทนกำเนิดเป็นเครื่องบ่งสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งทางการปกครอง ราษฎรของเอเธนส์ทั้งหมดแบ่งออกเป็น 4 พวก ตามรายได้โดยไม่จำกัดว่าเป็นรายได้จากที่ดินหรือจากการค้าขาย และผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้ที่มีรายได้สูงสุดเท่านั้น ที่จะมีสิทธิที่จะเข้ารับตำแหน่งสูงสุดคือ ตำแหน่งอาร์คอนได้ โซลอนได้ยกฐานะของพวก Thetes เป็นชนชั้นที่ 4 สังคม มีสิทธิในทางการเมืองบ้างในขอบเขตที่จำกัด เช่น สิทธิในการเลือกแมจิสสเตรท (Magistrate) คือเจ้าหน้าที่สูงสุดในการปกครองรัฐและได้รับสิทธิเป็นทหารในกองทหารใช้อาวุธบ้างและเป็นกะลาสีในส่วนที่เกี่ยวกับระเบียบการปกครองรัฐ โซลอนได้ปรับปรุงใหม่บางประการ คือ
1. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือคณะอาร์คอนคงมีอำนาจหน้าที่ตามเดิม แต่ให้รับผิดชอบต่ำกว่าศาลสูงสุดของประชาชน ซึ่งโซลอนได้ตั้งขึ้น
2. การจัดตั้งสภาสี่ร้อย (Council of Four Hundred) เพื่อเตรียมงานทางด้านนิติบัญญัติ มีสมาชิก 400 คน เลือกมาจากพลเมืองทั้ง 4 หมู่ ที่ประกอบขึ้นเป็นชาวนครเอเธนส์หมู่ละ 100 คน พลเมืองชั้นสูงสุดทั้ง 3 ชั้นของนครรัฐมีสิทธิได้รับเลือกเข้านั่งในสภาส่วนพวก Thetes ชนชั้นที่ 4 ยังไม่มีสิทธิ์
3. สภาราษฎร (Assembly) ให้ประกอบด้วยพลเมืองทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งมาร่วมประชุมในสภานี้ มีอำนาจหน้าที่เลือกตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือคณะอาร์คอนตามเดิม และมีอำนาจลงมติในปัญหาต่างๆ ที่สภาสี่ร้อยเสนอขึ้นมา
การปฏิรูประเบียบการปกครองของโซลอนนี้แม้จะนับว่าอยู่ในระบอบธนาธิปไตย (Timocracy) เพราะยังถือเอาทรัพย์สมบัติเป็นเกณฑ์ในการกำหนดสิทธิและหน้าที่ทางการเมืองก็ดี แต่มีส่วนเป็นประชาธิปไตยอยู่มาก นับได้ว่าเป็นก้าวแรกไปสู่ระบอบประชาธิปไตย
นอกจากการปรับปรุงระเบียบการปกครองในด้านนิติบัญญัติแล้ว โซลอนก็ยังได้ปรับปรุงแก้ไขทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอีกหลายอย่างคือ
1. โซลอนออกกฎหมายห้ามการส่งพืชผลทุกชนิดออกนอกประเทศ เว้นแต่น้ำมันมะกอก ซึ่งมีอยู่มาก การห้ามเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันความขาดแคลนเครื่องบริโภคภายในประเทศ
2. โซลอนออกกฎหมายบังคับให้บิดาสอนบุตรของตนให้ทำการค้าขาย และได้ออกกฎหมายส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมหลายฉบับ ทั้งนี้โดยพิจารณาเห็นว่าที่ดินในรัฐนั้นไม่มีสภาพเหมาะสมแก่การประกอบกสิกรรม จึงได้มุ่งที่จะสร้างความเจริญให้แก่ประเทศทางพาณิชย์และอุตสาหกรรม ซึ่งในสมัยต่อมาเอเธนส์ก็ได้ถือเอากิจการทั้งสองประเภทนี้เป็นหลักสำคัญในการสร้างความเจริญให้แก่บ้านเมือง
3. โซลอนได้ออกกฎหมายจำกัดเสรีภาพของหญิง เช่น ห้ามไม่ให้ออกนอกบ้านเวลากลางคืน หญิงในสมัยโซลอนมีเสรีภาพน้อยกว่าในสมัยก่อนๆ มาก และมีเสรีภาพน้อยกว่าหญิงในสปาร์ต้าในขณะเดียวกัน ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านมากขึ้นทุกทีอันเป็นเหตุให้อิทธิพลทางสังคมของหญิงน้อยลงเป็นสำคัญ
เมื่อโซลอนเป็นว่าได้ทำหน้าที่ของตนให้สิ้นไปแล้ว ทั้งไม่ต้องการอยู่เพื่อแก้ไขกฎหมายก็ตามตราขึ้นอีก จึงได้ออกเดินทางไปประเทศต่างๆ เพื่อค้าขายและท่องเที่ยวเป็นเวลา 10 ปี แต่เมื่อกลับมาประเทศของตนโซลอนกลับประสบกับสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงอย่างที่สุด เพราะปรากฏว่าไม่มีใครพอใจในการปรับปรุงแก้ไขของโซลอน แม้ว่าโซลอนจะได้ตรากฎหมายอย่างดีเยี่ยมขึ้นไว้ก็ตาม แต่หามีผู้ใดปฏิบัติตาม หรือคอยบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายด้วยความเต็มใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s